OLDDAYS
 History Vs. Philosophy
 tvxq
 Vatzlav
 Triam Tag ตอนที่ 1
 ยุ ง เ ว น
 เปนเห้*ไรวะ!!!
 แ ฮ ร์ รี่ เ ล่ ม 8 ? ! ! ?
 พันห้าศูนย์สี่ พันห้าศูนย์สี่ !!
 ว่ า ด้ ว ย ปั ญ ห า ส า ก ล : เ ก็ บ ก ด
 มาอัพเล่นๆ
 ปิดอีกที ขออภัยผู้อ่าน
 Beijing\\\'s Diary; Volume 6
 Beijing s Diary; Volume 5

[1] 2 3 4 5 6 7 >>


NETWORK

History Vs. Philosophy
2009-12-16 18:44:23

“…แม้มนุษย์พยายามจะขวนขวายอะไรมากมาย แต่สุดท้ายชีวิตมนุษย์ก็แสนสั้น
แม้มนุษย์จะพยายามศึกษาเสียมากมาย แต่สุดท้าย สิ่งที่ได้รู้ก็คือ เราไม่รู้อะไรเลย
แม้มนุษย์จะสร้างความภูมิใจยิ่งใหญ่ให้กับตัวเองแค่ไหน สุดท้ายเราก็เป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของจักรวาล...”

จากบทอภิปรายระหว่าง Gopgap และ Hazter ในได หน้านี้


gopgap

นั่นสิ... 
มนุษย์ดูเหมือนไม่รู้อะไรเลย 
เพราะสิ่งที่มีอยู่ ก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่าความรู้ได้รึป่าว 

ทว่า... 
มนุษย์-สิ่งมีชีวิตที่เป็นเพีัยงผงธุลีหนึ่งของจักรวาล 
ก็ยังพยายามตลอดชีิวิตอัีนแสนสั้น 
เพื่อให้ "รู้" (?) มากขึ้นทีละนิด ทีละนิด 

โดยมีความมุ่งหวังจะเข้าใจธรรมชาติของจักรวาล 
จักรวาลอันกว้างใหญ่แห่งนี้ 
...ไม่รู้ว่าความพยายามเพื่อจะรู้ดังกล่าว... 
จะสามารถถือว่าเป็นความภูมิใจได้หรือไม่ < ไม่รู้เหมือนกัน 


hazter

มนุษย์ตั้งคำถาม-หาคำตอบเกี่ยวกับธรรมชาติและชีวิตมาตั้งกี่พันปี... แต่มันก็ไม่ได้คำตอบซะที 

ความรู้สมัยกรีกโรมัน วันหนึ่งก็ถูกทำลายไปโดยศาสนจักร 
ความเชื่อที่ศาสนจักรเฝ้าหล่อหลอม ก็ถูกทำลายไปสมัยฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม 
วิทยาการหลายอย่างในสมัยฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ก็ถูกหักล้างโดยวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ 

แล้วอะไรล่ะ คือความจริง 

สิ่งที่เราเรียน สิ่งที่เราเชื่อกันในทุกวันนี้ วันข้างหน้า มันก็อาจกลายเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระก็ได้ 

แล้วความจริง ที่มนุษย์เฝ้าค้นหา จริงๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่ 


gopgap

คนที่ศึกษาประัวัติศาสตร์หรืออารยธรรม 
ด้่วยความที่เห็นสิ่งที่เรียกว่า "ความรู้" มาหลายยุค 
บางครั้งมักจะเกิดคำถามว่า 
"นี่เรารู้อะไรบ้าง" หรือ "เราไม่รู้อะไรเลยใช่ไหม" 

ตัวอย่าง ธอมัส คูห์น 
นักวิทยาศาสตร์ที่หันเหมาเป็นนักปรัชญา 
เพราะศึกษาประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ 

คูห์นถึงกับเสนอว่าที่ผ่านมาเราไม่ได้รู้อะไรใหม่เลย 
เราเพียงแต่เปลี่ยนโลกทัศน์เท่านั้นเอง 


hazter

ก็เหมือนกับศาสนา 
เมื่อวานนั่งดู Kingdom of Heaven... เพื่อทำรายงานเกี่ยวกับสงครามครูเสด 

ดูแล้วสลด... มนุษย์ต่อสู้ด้วยศรัทธาในความเชื่อ 

ต่างฝ่ายต่างเชื่อคนละอย่าง 
สงครามที่กินเวลากว่าหลายศตวรรษ คร่าชีวิตผู้คนไปตั้งกี่ล้านๆ เพียงเพราะ "ความเชื่อ" ที่ได้รับมามันแตกต่างกัน 
ต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าสิ่งที่ตนเชื่อนั้นถูก 

คุ้มแล้วเหรอกับการแลกชีวิตกับสิ่งที่ตัวเองอุปโลกน์ขึ้นมาว่ามันมีอยู่จริง??


gopgap

(ทบทวน) เนื่องจากสิ่งที่มีอยู่ ก็ไม่แน่ใจว่าจะเีรียกว่า "ความรู้" ได้รึป่าว 
---------- 
ในที่นี้ เมื่อมีความแตกต่าง 
การยอมรับว่าคนเชื่อต่างกัน 
จึงเป็นสิ่งที่น่ายกย่องกว่าพยายามถามว่า 
ทำไมทุกคนจึงไม่เชื่อในสิ่งเดียวกัน 
แบบที่ศาสนาบางศาสนา 
หรือคนบางคน 
ต้องการให้เป็น 


hazter

ก็ในเมื่อมนุษย์ส่วนใหญ่คิดว่า ความจริง ต้องมีเพียงหนึ่งเดียว เป็นสัจธรรมสูงสุด เพราะฉะนั้น อะไรที่มนุษย์คิดว่าขัดกับ (สิ่งที่ตนคิดว่าคือ) ความจริงหนึ่งเดียวนั้น ก็ย่อมต้องไม่ใช่ความจริงเป็นแน่แท้

ศาสดามะฮะหมัดยังกล่าวไว้เลยว่า ภายภาคหน้า ศาสนาของท่านจะแตกออกเป็น 37 นิกาย แต่จะมีแค่นิกายเดียวเท่านั้นแหละ ที่ถูกต้องที่สุด 

มันถึงได้ตีกันเองไม่เลิก

ศาสนากี่ร้อยศาสนา ลัทธิกี่พันลัทธิที่มนุษย์ยึดถือมาตั้งแต่ก่อนกำเนิดอารยธรรม 

มันก็มาจากมนุษย์เป็นคนสร้างขึ้นมาให้มนุษย์เชื่อทั้งนั้น

แล้วอะไรกันแน่ล่ะ ที่ควรยึดถือ? 
สิ่งที่เราเชื่อมั่น บางทีมันอาจจะเป็นแค่เรื่องงี่เง่าๆ ของคนช่างจินตนาการก็เป็นได้ 


gopgap

ในแง่หนึ่งความเชื่อทำให้เราดำเนินชีวิตไปอย่างมีจุดหมาย 
ไม่ว่ามันจะเป็นความเชื่ออะไร 

สิ่งที่ "มนุษย์" เป็นคนสร้าง 
ก็ไม่แน่ว่ามันจะไม่สมควรเชื่อเลยเสมอไป 

ลองคิดดูว่าหากทุกคนไม่มีความเชื่อใด ๆ เลย 
ชีวิตจะเป็นอย่างไร และจะมีความหมายไหม 

การถามว่าอะไรที่เราควรยืดถือ 
จึงอาจมีนัยต่อชีวิตมากกว่า 
การไม่ยึดถืออะไรเลยก็เป็นได้ 
ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า อะไรที่เราควรยึดถือ เป็นสิ่งที่คนอื่นต้องยึดถือด้วยนะ


hazter

สุดท้ายก็กลับมาเข้าประเด็นที่ว่า... ชีวิตมนุษย์มันก็แค่เศษเสี้ยวเล็กๆ ของจักรวาลเท่านั้นแหละ 

ช่วงชีวิตของมนุษย์คนนึง ต่อให้เข้ารู้สึก (หรือคนอื่นรู้สึก) ว่าเขายิ่งใหญ่แค่ไหน เมื่อมองจากมุมมองของเอกภพอันกว้างใหญ่ (หรือ... อะไรที่ยิ่งใหญ่ในระดับนั้น ... พระเจ้า?) สิ่งที่มนุษย์เชื่อว่ายิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ หรือตัวตนของมนุษย์เอง มันก็แทบไม่มีค่าอะไรเลย 

แปลว่า การที่มนุษย์ไร้ค่า เลยต้องพยายามสร้างตัวเองให้มีค่า... ในแนวทางที่มนุษย์คิดว่าถูกต้อง 

แน่ล่ะ อะไรล่ะ? คือความถูกต้อง??? 


gopgap

คุณค่าคืออะไร? ความถูกต้องคืออะไร? 
บรรทัดฐานคืออะไร? 
ท้ายที่สุด มนุษย์คืออะไร? 

คำตอบต่อคำถามพวกนี้ 
แตกต่างกันไปตามแต่ละคน 

แต่้การมีความหลากหลาย 
แปลว่าไม่มีอะไรถูก? 

หรือเพียงแต่ตอนนี้ 
เรายังไม่รู้อะไรถูก? 

หรือเราไม่มีทางรู้ได้ว่าอะไรถูก? 

เมื่อยังไม่แน่ใจว่าเป็นอันไหน 
คำถามที่ว่า 
มนุษย์ควรดำเนินชีวิตอย่างไร 
ความถูกต้องคืออะไร 
ก็เป็นสิทธิที่มนุษย์แต่ละคนจะตัดสินใจ 

ผงธุลีเม็ดหนึ่งในจักรวาล 
อาจจะค่อย ๆ ค้นพบวิถีทางที่ดี (สำหรับตนเอง) ในการดำรงตนเป็นธุลีเม็ดเล็ก ๆ 
อย่างสง่างาม 
จากการพยายามตอบคำถามเหล่านี้ 
ก็เป็นได้ 

นั่นอาจไม่ใช่การสร้างตัวเองให้มีค่า 
แต่เป็นการพยายามหาแก่นสารของชีวิตตนเอง
ใครจะรู้?


hazter

สรุปประเด็นจริงๆ ก่อน รุสึกชักจะลอยไปไกล 

มนุษย์เฝ้าไขว่คว้า สร้างความยิ่งใหญ่ให้กับมนุษยชาติ.. 
มนุษย์สร้างสมวิทยาการมาตลอดยุคสมัยแห่งอารยธรรม โดยมนุษย์หลายคนถึงกับทุ่มเทชีวิตให้กับสิ่งที่ตัวเองเชื่อว่าคือความจริง ไม่ว่าจะเป็น ความเชื่อ ความรู้ หรือ ศีลธรรม (แน่นอนว่าคือสิ่งที่มนุษย์กำหนด) 

ในช่วงเวลาหนึ่ง สิ่งเหล่านั้นคือความจริงอันยิ่งใหญ่ 

แต่เมื่อผ่านมาถึงเวลาหนึ่ง สิ่งเหล่านั้นกลายเป็นเรื่องตลก ปัญญาอ่อน ในสายตาของมนุษย์ยุคหลัง (อย่างเช่น ความเชื่อต่างๆ ของมนุษย์โบราณ ทฤษฎีบทบางอย่างของอริสโตเติล ความเชื่อในสังคมพหุเทวนิยมในอดีต ความเชื่อแบบสุดโต่งของคริสตศาสนาในยุคกลาง ฯลฯ) 

แปลว่า สิ่งที่มนุษย์เฝ้าเพียรค้นหาคำตอบกันแทบเป็นแทบตาย สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการค้นพบว่า สิ่งที่ตัวเองเทิดทูนบูชา กลับกลายเป็นสิ่งหลอกลวง... 

กลายเป็นว่า มนุษย์ในอดีต (หรือรวมทั้งปัจจุบัน) หลายคน ต้องมาสูญเสียชีวิตอันมีค่าของตัวเองทั้งชีวิตให้กับความเชื่อจอมปลอมเหล่านั้นหรือ? 

ตัวอย่าง พวกที่พลีกายต่อสู้เพื่อพระเจ้า (ใดๆ ก็ตาม) ยอมทนทุกข์ทรมาน ถวายตัวเองเป็นยัญบูชา แม้ยามมีชีวิตอยู่ หรือยามกำลังจะจบชีวิต เพื่อพระเจ้าที่เขาเชื่อมั่น 

แล้วถ้าหากความเป็นจริงแล้ว พระเจ้านั้นไม่มีอยู่จริงล่ะ?? 

หรือนักวิทยาศาสตร์ที่ทุ่มเทการทำงานทั้งชีวิต เพื่อการค้นพบความจริงที่มนุษย์เฝ้าค้นหาคำตอบ

แล้ววันนึง ทฤษฎีที่เขาเพียรสร้างขึ้นมาแทบเป็นแทบตาย กลับถูกหักล้างเสียไม่มีชิ้นดี 

หรือนักโบราณคดีคนหนึ่งที่สุดท้ายต้องฆ่าตัวตาย เพราะผลงานตลอดชีวิตของเขาถูกนักโบราณคดีรุ่นหลังล้มทฤษฎีไม่เป็นท่า จากชีวิตที่รุ่งโรจน์ กลายเป็นไม่มีอันจะกิน ทั้งๆ ที่เขาเสียสละผลประโยชน์ทั้งชีวิตเพื่อความก้าวหน้า แต่เมื่อสิ่งที่เขาทุ่มเทมาให้ถูกค้นพบทีหลังว่าเป็นสิ่งที่ผิด ก็เลยไม่ได้รับความสนใจ... และชื่อของเขาก็ถูกลบไปจากประวัติศาสตร์ 

หรือโคลัมบัส แม้ปัจจุบันจะได้รับเกียรติยศตลอดกาลว่าเป็นผู้คนพบทวีปอเมริกา (แต่เกียรติยศที่ได้มาหลังตายไปแล้วจะมีไปเพื่ออะไร?) ตลอดชีวิตของโคลัมบัสมันมีแต่ความผิดหวัง ถูกผู้คนหัวเราะ ถูกราชสำนักละเลย เพราะเขาไม่รู้ว่าดินแดนที่พบคือดินแดนใหม่ จนอีตาอเมริโก เวสปุชชีออกมาประกาศว่านั่นคือทวีปใหม่ (ในขณะที่โคลัมบัสยังมีชีวิตอยู่) กลายเป็นว่าอีตาคนนี้กลับได้รับการยกย่องแทน ทั้งๆ ที่สวมรอยผลงานคนอื่นแท้ๆ แล้วสุดท้าย ชีวิตโคลัมบัสก็จบลงอย่างเศร้าๆ 

ถ้าอย่างนั้น คนที่มีอุดมการณ์ ไม่กลายเป็นคนน่าสงสารหรอกหรือ?


COMMENT HERE

name. {name}

email. {e-mail}

homepage. {url}

security code. {code}


message . {comment}



กลับหน้าแรก | สมัครสมาชิก

  
bigblackbear


dust in the wind

bigblackbear_guinnessversion@hotmail.com http://bigblackbear.gulife.com 58.8.184.166 2010-01-08 13:20:37
   
  
hazter


สวัสดีกูไลฟ์ ไม่เจอกันนานเลย คิดถึงนะเนี่ย ^^

easter009@hotmail.com http://hazter.gulife.com 118.174.44.213 2009-12-16 18:45:21
   



Copyright [c] 2005-2008 All Right Reserved gulife.com
3G | รับทำ SEO | เว็บสำเร็จรูป | ของพรีเมี่ยม | web hosting | บทความ | เทคนิค| ท่องเที่ยวเชียงราย | ที่พักเชียงราย | เชียงราย


eXTReMe Tracker